ประกันรถยนต์ หรือ กรมธรรม์ประกันรถยนต์ คือสิ่งที่มอบ “ความคุ้มครอง” และความอุ่นใจให้คุณตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดกับชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน แต่เมื่อคุณทำประกันภัยไปแล้วกลับพบว่าข้อมูลในกรมธรรม์มีความผิดพลาด คำถามก็คือต้องการแก้ไขจะสามารถทำได้หรือไม่และทำอย่างไร ? MrKumka รวบรวมคำตอบมาให้คุณเรียบร้อยแล้ว !
ถ้าข้อมูลใน กรมธรรม์ประกันรถยนต์ ผิด แก้อย่างไร ?
หากพบว่าข้อมูลในกรมธรรม์ผิด ไม่ว่าจะส่วนใด ๆ ก็ตาม แนะนำให้รีบติดต่อไปยังบริษัทประกันภัย หรือตัวแทนขายประกันที่คุณติดต่อทำประกันไว้ทันที เพื่อให้ทางบริษัททำการ “ออกใบสลักหลัง” ที่มีข้อมูลถูกต้องให้คุณอีกครั้ง ในส่วนนี้คุณจะต้องตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ให้ละเอียด เพื่อให้ได้เอกสารใบสลักหลังที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วน
ใบสลักหลังกรมธรรม์ คืออะไร ?
สลักหลังกรมธรรม์ คือ “เอกสารแนบป้ายกรมธรรม์” ที่บริษัทประกันภัยรถยนต์ออกให้ผู้เอาประกันอีก 1 รอบ ซึ่งจะเป็นการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ตามที่ผู้เอาประกันแจ้งเรื่องมายังบริษัทประกันภัย ดังนั้นเมื่อได้รับใบดังกล่าวอีกครั้ง ผู้เอาประกันจำเป็นจะต้องตรวจสอบให้ถี่ถ้วน เพื่อป้องกันปัญหาเวลาต้องการเคลมประกันรถยนต์ในอนาคต
นอกจากนี้ก็ยังจะต้องเก็บรักษาใบสลักหลังอยู่คู่กับ “กรมธรรม์” ฉบับจริงของรถยนต์เอาไว้เสมอ เพราะในบางครั้งคุณอาจจะหลงลืมไปว่า ได้ทำการเปลี่ยนแปลง/แก้ไขข้อมูลในกรมธรรม์ประกันรถยนต์ หรือถ้าหากต้องการเคลมประกันรถยนต์ก็จะได้มีเอกสารอ้างอิงได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ข้อมูลสำคัญที่ต้อง “ตรวจสอบ” ก่อนซื้อประกันรถยนต์
หากคุณไม่ต้องการพบเจอกับความผิดพลาด เพื่อเลี่ยงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต หรือในกรณีที่ผิดพลาดไปแล้ว มีข้อมูลที่คุณต้องทำการตรวจสอบโดยละเอียด ดังนี้
- ชื่อของผู้เอาประกัน
- ชื่อผู้รับผลประโยชน์
- วัน เดือน และปีที่ประกันรถยนต์เริ่มให้ความคุ้มครอง
- เลขทะเบียนรถยนต์
- รุ่นรถยนต์
- เลขตัวถังรถยนต์
- เบี้ยประกันรถยนต์
นอกจากนี้หากคุณต้องการ “เปลี่ยนชื่อผู้รับผลประโยชน์” ก็สามารถทำได้เช่นกัน เพียงส่งเอกสารเพิ่มเติมให้กับทางบริษัทประกันภัย โดยมีเอกสารที่ต้องนำส่ง ดังนี้
- เอกสารคำร้องขอสลักหลังกรมธรรม์
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับผลประโยชน์ พร้อมเซ็นรับรองสำเนา
- สำเนาทะเบียนบ้าน
ในส่วนนี้สามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลอื่น ๆ ได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่ ที่ติดต่อ ชื่อ-นามสกุลผู้เอาประกัน งวดชำระเบี้ยประกันรถยนต์ และอื่น ๆ ซึ่งแต่ละส่วนก็จะมีเอกสารที่ต้องยื่นแตกต่างกันออกไป แนะนำให้เตรียมเอกสารให้ถูกต้อง สำหรับการเปลี่ยนแปลงข้อมูลใด ๆ ก็ตาม
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการซื้อประกันภัยรถยนต์ ไม่ใช่แค่การซื้อ จ่าย แล้วจบเสมอไป เพราะมีผลต่อการได้รับความคุ้มครองตลอดระยะเวลากรมธรรม์ประกันรถยนต์ ดังนั้นคุณจะต้องตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ให้ถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของตัวคุณเอง ในเมื่ออุบัติเหตุไม่เลือกเวลาเกิด หากปล่อยให้ความผิดพลาดค้างคา ไม่ได้รับการแก้ไขทันที ตอนที่ต้องการเคลมประกันรถยนต์ อาจมีปัญหาวุ่นวายตามมา และหากต้องการเลือกซื้อ หรือต่อประกันภัยรถยนต์ สามารถค้นหาได้ที่ MrKumka.com เพราะที่นี่ “คุ้มค่า” สมชื่อ กดทีเดียว ! ก็เห็นราคาของบริษัทประกันมากมายให้คุณได้เลือก เพื่อให้คุณได้รับความคุ้มค่าในการ ซื้อประกันรถ มากที่สุด